Header Ads

เผยแล้ว!! #สาเหตุที่ อดีตผู้ว่าฯสุโขทัย ต้องใช้แขนซ้ายวันทยหัตถ์ ในหลวง ร.๙ เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปเยือนราษฎรภาคเหนือ !!

เผยแล้ว!! #สาเหตุที่ อดีตผู้ว่าฯสุโขทัย ต้องใช้แขนซ้ายวันทยหัตถ์ ในหลวง ร.๙ เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปเยือนราษฎรภาคเหนือ !!



... เป็นเรื่องราวที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสมัยก่อนอย่างหนักเมื่อครั้งที่ นายเชื่อม ศิริสนธิ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้ใช้แขนซ้ายทำวันทยหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการรับเสด็จฯ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2501 จนมีสื่อหลายสำนักเสนอข่าวเชิงตำหนิผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยตกประหม่า ทำให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต้องเขียนบทความแถลงข้อเท็จจริงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐนั้น ...

👉 นายไพศาล-นางสาวอัญชลี ศิริสนธิ บุตรของนายเชื่อม ศิริสนธิ ได้เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า สาเหตุที่นายเชื่อมพ่อของตนต้องใช้แขนซ้ายทำวันทยหัตถ์ ก็เพราะว่าแขนข้างขวาขาดจนต้องใส่แขนเทียม เหตุเกิดเมื่อครั้งนายเชื่อมยังเป็นนายอำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเรือที่ลักลอบขนอาวุธ และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะตรวจค้นทำให้แขนขวาขาดต้องใส่แขนเทียม ..



... และเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ กระทรวงมหาดไทยได้เบิกตัวนายเชื่อม ซึ่งในขณะนั้นได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 มาเข้าเฝ้าบริเวณจุดแรกบริเวณจุดต่อแดนพิษณุโลกกับสุโขทัย ในช่วงสายของวันที่ 1 มีนาคม 2501 โดยนายเชื่อมได้ใช้แขนจริงข้างซ้ายทำวันทยหัตถ์ ภาพในวันนั้นทำให้ประชาชนต่างเข้าใจกันว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยตกประหม่า ...

... ในค่ำคืนนั้นนายเชื่อมได้ร่วมโต๊ะเสวยบนศาลากลางจังหวัด จึงได้เข้าเฝ้าและทูลถามว่าจะโปรดให้ใช้แขนปลอมหรือแขนจริงในการทำวันทยหัตถ์แสดงความเคารพ ซึ่งนายเชื่อมเล่าให้ฟังว่าพระองค์ได้มีพระราชดำรัสตอบ “ให้ใช้แขนจริงข้างซ้ายในฐานะลูกเสือ” สร้างความปลาบปลื้มใจแก่นายเชื่อมและครอบครัวมิลืมเลือน ..

... สำหรับการจัดงานรับเสด็จในครั้งนั้นสร้างความพอพระทัยอย่างมาก และพระองค์ยังสนพระทัยเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยเฉพาะนิทานพระร่วงที่นายเชื่อมได้เล่าเรื่องถวายที่แก่งหลวง รวมทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดี การบูรณะโบราณสถานเพื่อให้เป็นโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ ...



... ที่มา : mthai ..

ขอบคุณ ที่มา: https://www.siamnews.com/view-8794.html

No comments

Powered by Blogger.